
ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
เรื่อง แนวทางการจัดการเรียนการสอน การปฏิบัติงาน และการลดการใช้พลังงานตามมติคณะรัฐมนตรี
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙ ได้มีมติเกี่ยวกับมาตรการด้านพลังงานเพื่อบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดยให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐดำเนินมาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานอย่างเข้มข้นตามแนวทางการลดการใช้พลังงานภาครัฐ งดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงาน ประชุม สัมมนา อบรม ณ ต่างประเทศ โดยให้พิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการศึกษาดูงาน ประชุม สัมมนา อบรมภายในประเทศแทนตามความจำเป็นเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน และให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ยกเว้นหน่วยงานที่มีภารกิจในการให้บริการประชาชน ถือปฏิบัติตามมาตรการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work From Home) นั้น
เพื่อให้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ และมาตรา ๓๑ (๑) และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ ประกอบกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งของส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๖๕ และหนังสือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ด่วนที่สุด ที่ อว ๐๒๐๐.๑/๕๓๖๘ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๙ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
๑. การจัดการเรียนการสอน
ให้อาจารย์ผู้สอนพิจารณาปรับรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสม โดยให้ดำเนินการแบบ Online เป็นหลัก
ในกรณีที่รายวิชาใดที่มีลักษณะรายวิชา เนื้อหา และสถานการณ์ ที่มีความจำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนหรือการสอบในรูปแบบ Onsite เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักศึกษา เช่น รายวิชาที่ต้องใช้ห้องปฏิบัติการ หรือการฝึกทักษะภาคปฏิบัติในสาขาวิชาชีพเฉพาะ ให้สามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสม โดยให้คำนึงถึงมาตรการลดการใช้พลังงานของหน่วยงานภาครัฐอย่างเคร่งครัด โดยให้แจ้งประธานหลักสูตร คณบดี และอธิการบดีทราบด้วย
๒. การปฏิบัติงาน
๒.๑ ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไป ให้มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้งตามปกติ
๒.๒ งานที่สามารถมอบหมายให้บุคลากรปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งได้ ให้หัวหน้าหน่วยงานของสำนักงานอธิการบดี บัณฑิตวิทยาลัย คณะ สถาบัน สำนัก วิทยาลัย ศูนย์ ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ โรงเรียนสาธิต โครงการจัดตั้งหน่วยงานหรือหน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่าคณะซึ่งจัดตั้งขึ้นตามมติของสภามหาวิทยาลัย พิจารณาอนุญาตให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงาน ณ สถานที่พักอาศัย โดยให้พิจารณากำหนดสัดส่วนจำนวนบุคลากรที่จะให้ปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้งหรือสถานที่พักอาศัยตามความเหมาะสม เพื่อมิให้กระทบต่อการดำเนินงานและภารกิจของหน่วยงานและมหาวิทยาลัย และให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับชั้นมีหน้าที่ในการมอบหมายงาน กำกับ และติดตามความก้าวหน้าของงานที่มอบหมายผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือตามแนวทางอื่นที่ผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร
ทั้งนี้ งานที่ต้องให้บริการนักศึกษา บุคลากร หรือบุคคลทั่วไปโดยตรง ต้องจัดให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอต่อการให้บริการ โดยให้แจ้งอธิการบดีทราบด้วย
๒.๓ งานที่ไม่สามารถมอบหมายให้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งได้ ให้บุคลากรที่รับผิดชอบงานนั้นมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้งตามปกติ
๒.๔ การลงเวลาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงาน บุคลากรที่มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้ง ให้ลงเวลาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้งตามปกติ ส่วนบุคลากรที่ปฏิบัติงาน ณ สถานที่พักอาศัย ให้ลงเวลาปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานผ่านระบบออนไลน์ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
๒.๕ บุคลากรที่ปฏิบัติงาน ณ สถานที่พักอาศัย ต้องปฏิบัติงานตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย โดยให้รายงานผลการปฏิบัติงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นหน้าที่ของบุคลากรให้ผู้บังคับบัญชาสามารถติดต่อสื่อสารได้ตลอดช่วงเวลาที่ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง และพร้อมที่จะมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ตั้งหรือไปปฏิบัติงานสถานที่อื่นตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หรือเข้าร่วมประชุมในเรื่องสำคัญเร่งด่วนผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสถานที่ที่ผู้บังคับบัญชากำหนด และต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด
๒.๖ ในช่วงเวลาที่บุคลากรปฏิบัติงาน ณ สถานที่พักอาศัย ห้ามมิให้บุคลากรออกนอกสถานที่พักอาศัยตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึง ๑๖.๓๐ น. เว้นแต่เป็นช่วงเวลาหยุดกลางวัน (เวลา ๑๒.๐๐ น. ถึง ๑๓.๐๐ น.) หรือมีเหตุจำเป็นอื่น
ในช่วงระยะเวลาปฏิบัติงานภายในสถานที่พักอาศัย หากบุคลากรมีความประสงค์จะลา เช่น ลาป่วย ลากิจ หรือลาพักผ่อน ให้ขออนุญาตลาตามระเบียบว่าด้วยการลาสำหรับบุคลากรแต่ละประเภทนั้น
๓. ให้งดเว้นการเดินทางไปศึกษาดูงาน ประชุม สัมมนา อบรม ณ ต่างประเทศ โดยให้พิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นการศึกษาดูงาน ประชุม สัมมนา อบรมภายในประเทศแทนตามความจำเป็นเหมาะสม เว้นแต่กรณีที่ได้รับอนุมัติไว้ก่อนแล้วและการยกเลิกจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่มหาวิทยาลัย
๔. แนวทางการลดการใช้พลังงาน
๔.๑ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไม่ต่ำกว่า ๒๖ องศาเซลเซียส
๔.๒ ส่งเสริมการแต่งกายที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อน งดใส่สูทและผูกเนคไท (ยกเว้นมีงานพิธีการ)
๔.๓ ลดการใช้ไฟฟ้าในอาคารสำนักงาน เช่น การปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
๔.๔ ลดการใช้ลิฟต์ โดยส่งเสริมให้ใช้บันไดในระยะใกล้
๔.๕ ลดการใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสาร รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์
๔.๖ ใช้ระบบ Energy Saver สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ และปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน
๔.๗ การวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง
๕. ให้ผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษามีหน้าที่ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารของทางราชการและของมหาวิทยาลัยตลอดเวลา เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงที สอดคล้องกับสถานการณ์ และต้องประพฤติปฏิบัติตนตามกฎหมาย กฎ ข้อกำหนด ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และมาตรการต่าง ๆ ของทางราชการและของมหาวิทยาลัยอย่างเคร่งครัด
๖. ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติตามประกาศนี้ หรือกรณีมีความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติเป็นอย่างอื่นนอกเหนือหรือแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้เสนอต่ออธิการบดีเพื่อพิจารณาเป็นกรณีไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ เว้นแต่จะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
จึงประกาศมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ศรีเรืองฤทธิ์)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์